แจกฟรีคู่มือชาวสีรุ้ง
ประกันเมินเกย์ ขู่ฟ้องศาลปกครอง

ประกันเมินเกย์ ขู่ฟ้องศาลปกครอง [นสพ.ไทยรัฐ 16 พ.ย.50]

กรณีศึกษา จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2550 คุณนที ธีระโรจนพงษ์ ผู้ประกาศตนว่า เป็นเกย์ตัวจริงเสียงจริง ประธานกลุ่มเกย์ การเมืองไทย เสนอทำประกันชีวิตกับพนักงานบริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวร์รันส์ จำกัด หรือ เอ.ไอ.เอ.

แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า เกย์เป็นพวกผิดปกติทางจิต และมีความเสี่ยงสูง

คุณนทีจึงเต้นผาง เรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย

ร้อนถึงนายสุทธิ รจิตรังสรรค์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารบริษัทเอ.ไอ.เอ. ออกมาชี้แจง ว่า บริษัทไม่เคยได้รับใบสมัคร และไม่ได้ทำขัดหลักสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่รับบุคคลบางกลุ่ม

บริษัทเปิดกว้าง รับพิจารณาทุกคนในกฎเกณฑ์เดียวกัน

ข้อแม้มีเพียงว่า ธุรกิจประกันเป็นการรับบริหารความเสี่ยงของคนหมู่มาก การพิจารณารับ ประกัน ต้องยึดมาตรฐานความเสี่ยงภัยของคนส่วนใหญ่เป็นเกณฑ์ บุคคลใดมีความเสี่ยงภัยสูง ก็อาจต้องเพิ่มเบี้ยประกัน จำกัดวงเงินคุ้มครอง จำกัดสิทธิในการซื้อสัญญาเพิ่มเติมแนบท้าย กรมธรรม์ หรือปฏิเสธการรับประกันได้

หมายความว่า บุคคลกลุ่มใดที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทต้องมีเงื่อนไขพิเศษ หรือ ปฏิเสธก็ได้ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้เอาประกันเสี่ยงภัยเกินไป

ชาวเลือดสีม่วง บางคนเรียก เกย์ บางคนเรียกว่า ชายเวอร์ชั่นสอง ขณะที่บางคนพอใจเรียกว่า ชายเหนือชาย คำเหล่านี้ ล้วนเป็นคำเรียกชายที่มีความรู้สึกพิเศษกับชาย

ดร.เสรี วงษ์มณฑา แยกตามพฤติกรรมที่แสดงออกไว้ 3 ประเภท

หนึ่ง-เกย์แอบจิต พวกนี้ไม่เปิดเผยตัวตน สอง-เกย์สว่างจิต พวกนี้แสดงตัวเปิดเผย ไม่มีการ หมกเม็ด สาม-เกย์สลัวจิต พวกนี้แสดงตัวตนบ้าง แต่ไม่สุดโต่ง และรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง

เกย์ยังแบ่งตามพฤติกรรมปฏิบัติกามกิจได้ด้วย

ได้แก่ เกย์คิง คือพวกแสดงบทรักเป็นชาย เกย์ควีน คือพวกแสดงบทรักเป็นหญิง และเสือใบ คือพวกแสดงบทรักได้ทั้งหญิงและชาย

เสือใบนี่หมายถึงพวกสะเทินน้ำสะเทินบก ไม่ได้เป็นญาติฝ่ายใดกับเสือใบจอมโจรในนวนิยาย ของ ป.อินทรปาลิต แถมยังไม่ได้เป็นโจรก๊กเดียวกับหลวงพ่อเสือดำอีกด้วย

ตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะเป็นเกย์ประเภทใดก็ตาม ย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ในประเทศ

ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ส่วนที่ 2 เรื่อง ความเสมอภาค ระบุชัดว่า

“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้”

หมายความว่า ในทางกฎหมายทุกเพศมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกัน

“เราเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 คำว่าเพศเขาบันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า ไม่ได้หมายถึง ชายและหญิงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศอื่นๆ เช่น เกย์ กะเทย ทอม ดี้ ไบเซ็กชวล อันนี้เป็นกรอบคิดโดยรวมที่เราเชื่อมั่น ผ่านการลงประชามติ และรับหลักการแล้ว”

เกย์นทีเน้นสิทธิแห่งตน และบอกต่อว่า เป็นคนมีความเชื่อมั่นในเรื่องประกัน ชีวิต แม้จะมี ประกันแล้วหลายฉบับ แต่ด้วยคิดว่า การทำประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดี ตนไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท จึงเลือกเก็บหอมรอมริบด้วยวิธีนี้

เมื่อยื่นข้อเสนอไป ก็ได้คำปฏิเสธสนองมา

“ผมไม่ได้โกรธ เขาตรงไปตรงมาดี ไม่ใช่เอาเงินเราไปพอถึงเวลาแล้วถึงจะมาปฏิเสธเราทีหลัง อย่างนั้นจะเสียความรู้สึกมากกว่านี้ ในเมื่อผมจะซื้อประกันแต่เขาปฏิเสธก็จบกันไปเรื่องซื้อขาย เขามาอ้างว่า ผมไม่ได้เขียนใบสมัคร จะมีได้อย่างไร เมื่อเขาปฏิเสธผม มันจบไปแต่แรกแล้ว”

แต่ไม่จบเรื่องสิทธิมนุษยชน และสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

หลังปรึกษากลุ่มเกย์การเมืองไทย และกลุ่มบางกอกเรนโบว์ เกย์นทีจึงออกเรียกร้องสิทธิของ ตนเพื่อชาวเลือดสีม่วง โดยไปออกรายการทีวี ขณะอยู่ในรายการ “มีคนโทร.เข้ามาบอกว่า ชื่อศุภเลิศ เป็นเจ้าหน้าที่ของ เอ.ไอ.เอ.กทม. เขาบอกว่า

เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นสิบๆ ปีมาแล้ว เกย์ กะเทย อย่าเสียใจไปเลย ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ประกันไม่รับ ยังมีกลุ่มอื่นๆ อย่างผู้มีอิทธิพล คน

ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกอะโกโก้ เขาก็ไม่รับเหมือนกัน” นทีบอก พลางแสดงทรรศนะ ว่า เขามองว่าพวกเกย์ กะเทย เป็นพวกจิตวิปริต

นทีจึงยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

ต้องการให้ตรวจสอบว่า ประกันเลือกปฏิบัติกับเกย์ กะเทย ได้หรือไม่ ถ้าประกันทำอย่างนั้น ได้แสดงว่า คปภ. ไม่คุ้มครองป้องกัน

“พวกเราในฐานะเป็นประชาชนเสียภาษีให้กับรัฐบาลจะอยู่กันยังไง ผมถามว่ามัน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกสองอาทิตย์จะกลับไปรับคำตอบ แต่ดูเหมือนท่านจะพูด ว่า เป็นสิทธิส่วนตัวของบริษัทว่า จะรับหรือไม่รับ ถ้าตีความออกมาอย่างนี้ ผมคงต้องพึ่งศาลปกครอง”

เพื่อยื่นเรื่องให้พิจารณาว่ การปฏิเสธของเจ้าหน้าที่บริษัทขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ รัฐธรรมนูญ จะคุ้มครองชาวสีม่วงได้แค่ไหน อย่างไร

“ผมต้องทำเป็นขั้นเป็นตอนไป เราถูกเลือกปฏิบัติ ถูกเลือกรังแก เพราะเห็นว่าผมเป็นเกย์ แล้ว อคติใส่ผมไม่รู้ ว่าจิตวิปริต มั่วเซ็กซ์หรือเปล่า”

เพื่อสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เกย์นทีประกาศดิ้นต่อไป

สำหรับพื้นที่ของเกย์ในสังคมไทย นทีบอกว่า สังคมไทยเปิดรับเกย์มาก ถือว่าโชคดีที่เกิดใน ประเทศไทย ศาสนาพุทธก็มีส่วนช่วยให้ปลอดภัย เพราะคำสอนเน้นให้คนเป็นคนดี เกย์จึง ไม่ถูกทำร้าย ถูกทุบตี แต่เรื่องบางเรื่องกลับถูกกระทำ จึงต้องมองเป็นเรื่องๆไป

พื้นที่บางพื้นที่ “เรายืนอยู่อย่างสง่างาม ได้รับการยอมรับมาก ถึงกับมีคนพูดว่า เกย์ กะเทย เก่งกว่าผู้หญิง ผู้ชาย ผมจะตอบทันทีว่าไม่จริง โง่กว่าก็มี อย่าคิดว่าเราวิเศษ ถ้าคิดว่าเรา วิเศษเมื่อไร

คนที่คิดว่าไม่วิเศษก็จะคิดว่าเราไม่วิเศษแรง เพราะฉะนั้นดูที่ความเป็นมนุษย์ดีกว่า อย่าไปมองว่ารสนิยมทางเพศเราเป็นอย่างไรเลย”

เกย์นทีสะท้อนปัญหาเกย์ กะเทย และทอมว่า คำนำหน้ามีปัญหาในเรื่องการสมัครงาน ไปต่างประเทศ และทำธุรกิจ เนื่องจากคำนำหน้ากับการแต่งตัว การแสดงออกไม่ตรงกัน

การแก้คำนำหน้า “ต้องแก้ไขทั้งกะเทยแปลงเพศและไม่แปลงเพศ ทอมแปลงเพศและ ไม่แปลงเพศ ต้องได้สิทธิเท่ากัน ไม่ใช่ต้องแปลงเพศก่อนถึง จะได้สิทธิ”

และเมื่อแก้คำนำหน้าแล้ว “ต้องไม่นำเอาเรื่องนี้ไปหลอกลวงชาวบ้าน เช่นกะเทยไปลงเล่น กีฬากับผู้หญิง โดยสรีระแล้วกะเทยมีโครงสร้างทางสรีระเป็นชาย อย่างนี้ถือว่าไม่ควรทำ”

เกย์นทีแนะอีกว่า เมืองไทยน่าจะมีกฎหมายคู่ชีวิตของคนเพศเดียวกัน ถ้าไม่ทำ แล้วจะเกิดปัญหา ทั้งเรื่องการรับมรดกคู่สมรส การได้รับลดหย่อนภาษี

ถ้าเรามีกฎหมายคู่ชีวิต “จะได้ไม่มีการหลอกลวงกัน เกย์จะได้ไม่ต้องไปหลอกผู้หญิง ไม่ต้อง เป็นปลาผิดน้ำ ส่วนทอม ดี้ ก็หลอกผู้ชายเหมือนกัน ผู้ชายก็ช้ำใจ อย่างดาราเราเสียใจมากๆ ดาราสาวๆสวยๆ ดังๆ เดี๋ยวนี้กำลังคิดสละโสดกับเกย์ จะทำอย่างไรให้เกย์ซึ่งเป็นคนเด่น คนดังรู้ว่า เกย์ก็อยู่ส่วนเกย์เถอะ อย่าไปหลอกผู้หญิงเลย

เพราะปัญหาจะไปตกอยู่กับลูก และผู้หญิง” นี่เป็นคำขอร้องจากเกย์

แถมเตือนว่า “ดาราหญิงยอดนิยมยังรอคิวอยู่ ถ้าไปแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นล่ะก็ เจอแน่เลย”

ข่าวคืบหน้าล่าสุด...องค์กรเครือข่ายอัตลักษณ์ทางเพศ 10 องค์กร กลุ่มเกย์การเมืองไทย กลุ่มเลสล่า กลุ่มสายรุ้งโพธาราม กลุ่มบ้านสีม่วง กลุ่ม LADY FAKE LANNA กลุ่มบางกอกเรนโบว์ กลุ่มสวิง กลุ่ม HAPPY PEOPLE TOUR.COM กลุ่มแสงจากใจ และกลุ่มเรนโบว์ดรีม ได้ออกแถลงการว่า

เวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ย. นี้ จะส่งตัวแทนไปขอรับฟังคำตอบจากคณะ กรรมการกำกับดูแลส่งเสริมธุรกิจ ประกันภัย เรียกร้องให้บริษัทประกันภัย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของตน จนก้าวล่วงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น.

"เอไอเอ" ยืนกราน ไม่มีการจัดโซนนิ่ง "เขตต้องห้าม" รับทำประกันชีวิตใน "กลุ่มชาวเกย์" หรือ สังคม "แอ็บแมน" จนกลายเป็นหัวข้อ "ทอร์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" และเกือบจะบานปลาย กลายเป็นการเลือกปฏิบัติ กับสังคมชาวสีม่วง อ้างอิงการบริหารความเสี่ยงจากบริษัทประกันภัยต่อ "สวิสรี" ทำให้ต้องเข้มงวดกับลูกค้าในบางกรณี ยืนยันไม่มี "เอกสารลับสุดยอด" ให้ตัวแทนบอกปัดรับประกัน "กลุ่มรักร่วมเพศ" ขณะที่ "เกย์คู่กรณี" ให้ข้อมูลถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชน เชื่อมี "ชาวสายรุ้ง" มากกว่า 3 ล้านคน แต่มีเพียง 10% หรือ 3 แสนรายเท่านั้น ที่ปกปิดตัวเอง ยอมตกอยู่ในสภาพ "นรกแตก" แต่กลุ่มนี้ ก็มีรายได้มาก จนตัวแทนส่วนใหญ่มองเป็นแหล่งผลิตเบี้ย แต่ยังขัดกับหลักเกณฑ์บางอย่าง....

การเคลื่อนไหวในเชิงรุกของ "เกย์นที ธีระโรจน์พงษ์" ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย และผู้ประสานงานองค์กรเครือข่ายอัตลักษณ์ทางเพศ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้น โดยยกกรณีถูกเลือกปฏิบัติจาก เอไอเอประกันชีวิต ที่ไม่รับทำประกันชีวิต ทำให้ ผู้บริหารเอไอเอ ถึงกับยอมรับว่า.. " เรื่องนี้ทำให้เราเสียหาย"...

"เอไอเอ" ถูกเพ่งเล็งจากสังคมในหมู่ "ชาวสีม่วง" อย่างหนักหน่วง ในฐานะองค์กรที่สร้างอคติในทางลบ ให้กับสังคมชาวเกย์ ที่ครอบคลุมไปถึง ตุ๊ด แต๋ว และบางอาชีพตลอดมา นับจาก "เกย์นที" และกลุ่มสีรุ้งเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา พร้อมกับยื่นหนังสือไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมกิจการประกันภัย(คปภ.) เมื่อสัปดาห์ก่อน

" สมัยก่อน พวกแอ็บแมน จำเป็นต้องปกปิด จนเราเรียกว่ายุค "นรกแตก" เพราะไม่กล้าเปิดเผยชีวิตส่วนตัว แต่การบอกปัดจากบริษัท ก็ยิ่งผลักดันให้ เกย์แอ็บแมนมากขึ้น และกลายเป็นปัญหาสังคมในอนาคต"

ผู้เสียหาย อ้างว่า เอไอเอ ปฏิเสธที่จะรับประกันชีวิตให้กับบุคคลรักเพศเดียวกัน และตัวแทนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็พยายามติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงแต่ได้รับการปฏิเสธ

นทีบอกว่า มีเจตจำนงค์ต้องการซื้อสินค้า แต่บริษัทไม่ขาย และให้เหตุผลเรื่อง วิกลจริต และความเสี่ยงด้านโรคเอดส์

สำคัญกว่านั้นก็คือ การเลือกปฏิบัติลักษณะนี้ไม่เป็นธรรม ขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา 30 วรรค 3 ในการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม เนื่องจากเหตุถิ่นกำเนิด เชื้อชาติและศาสนา

" จะรอคำตอบว่า ภาครัฐจะทำอย่างไร ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนเตรียมจะฟ้องร้องศาลปกครอง"

เกย์นที กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์ว่า ... "เอไอเอ มีบริษัทแม่อยู่ในอเมริกา เป็นเมืองเสรีภาพ เท่าเทียมกัน เหตุไฉนจึงมาย่ำยี รังเกียจ ชาวเกย์ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่รวมตัวกันจะทำเว็บไซด์ให้รับรู้กันไปทั่วโลก"...

สำหรับ เกย์นที มีกรมธรรม์ที่ทำกับเมืองไทยประกันชีวิต ไอเอ็นจีประกันชีวิต เอซไลฟ์ประกันชีวิต และไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต ก่อนจะแสดงความจำนงค์ของซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต แบบประกัน 15/7 ทุนประกัน 3 แสนบาท แต่ต้องถูกปฏิเสธเสียก่อน โดยที่ไม่ได้กรอกใบคำขอแม้แต่น้อย

ขณะที่วงใน ตัวแทนของเอไอเอ ให้ข้อมูลว่า "มีข้อตกลงไม่เป็นลายลักษณ์อักษร" ร่วมกันระหว่างบริษัทและตัวแทนว่า ไม่รับทำประกันชีวิตชาวเกย์ ตุ๊ด แต๋ว ที่มีอาชีพหรือไลฟ์สไตล์มีความเสี่ยง หรือถ้าใครรับลูกค้ากลุ่มนี้ ก็ต้องรับผิดชอบ

ตัวแทนบางราย ถึงกับยอมรับเต็มปากเต็มคำ ว่า ระหว่างบริษัทและตัวแทนมีการตกลงกันว่า จะรับเฉพาะเกย์ที่เป็นบุคคลมีชื่อเสียง มีหน้าที่การงานในแวดวงสังคม โด่งดังเป็นที่รู้จัก มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคง
ต่างจากอีกกลุ่มที่จะถูกปฏิเสธทันทีถ้ารับรู้ข้อมูล รายละเอียด ไลฟฺสไตล์ อาชีพ การทำงานที่มีความเสี่ยงสูง ลักษณะการทำงาน หรือแม้แต่ถูกมองว่ามักจะถูกทำร้ายร่างกายมากกว่าปรกติ

นอกจากนั้น ก็มีบางกรณีที่เคยเกิดกับ "ไฮโซเกย์" มีชื่อ ซึ่งถูกปฏิเสธ ไม่รับประกันชีวิตจากเอไอเอมาก่อน โดยมีเหตุผลในขณะนั้นว่า เป็นเพราะวิถีการใช้ชีวิตและควงหนุ่มมากหน้าหลายตา ทำให้จัดอยู่ในโซนนิ่ง "นอกเกณฑ์มาตรฐาน" ที่เอไอเอให้คำจำกัดความว่า มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างไปจาก เพศปรกติทั่วไป

เพราะกรอบมาตรฐานนี้เอง ที่ทำให้ตัวแทนจากหลายบริษัท รวมทั้งเอไอเอ ต้องลักลอบหรือปกปิดลักษณะพิเศษของลูกค้า เพื่อแลกกับเบี้ยก้อนใหญ่ที่จะไหลเข้ามาให้ได้ตามเป้าหมาย

เมื่อ "ตัวแทน" ต้องการผลิตเบี้ย ในขณะที่บริษัทต้องการคุมเข้มความเสี่ยง จึงทำให้การบริหารความเสี่ยงโดยการปรับเพิ่มเบี้ย และบอกปัดลูกค้าบางรายที่เข้าข่ายอยู่นอกเกณฑ์มาตรฐาน เกิดข้อโต้แย้งกันเองระหว่าง เอไอเอ และบรรดาตัวแทน

สุทธิ รจิตรังสรรค์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหาร บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล แอชชัวรันส์ (เอไอเอ) เป็นตัวแทนออกมาชี้แจงว่า บริษัทต้องรอบคอบรัดกุม เพราะต้องรับผิดชอบชีวิตและเงินออมลูกค้า ตลอดอายุกรมธรรม์ ดังนั้นการบริหารเบี้ยจึงต้องยุติธรรมกับกลุ่มลูกค้าทั้งหมด

"ถ้ารับรายที่ไม่มีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากต้องเพิ่มเบี้ยก็จะกระทบถึงกลุ่มในเกณฑ์มาตรฐาน บางรายจึงต้องปฏิเสธไป เพราะการเพิ่มเบี้ย อาจไม่สมเหตุสมผล"

สุทธิ ให้ข้อมูลว่า ในแต่ละปีมีใบสมัครเข้ามาถึง 6 แสนราย โดยใน 100 ราย ที่กรอกใบคำขอเข้ามา จะออกกรมธรรม์ได้ถึง 95% โดย 3% มีความเสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ถ้าจะรับเป็นลูกค้าก็จะบวกเพิ่มเบี้ยเข้าไป 0.25% ส่วนอีก 1.4% เสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์แต่บริษัทรับได้ แต่อาจปฏิเสธหรือเลื่อนการรับประกันออกไป ส่วน 3.6% เป็นกลุ่มขอถอนใบคำขอเอง

เอไอเอให้ข้อมูล กลุ่มเสี่ยงที่จะรับประกันสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จะดูที่อายุ เช่น มากกว่า 65 ปีขึ้นไป อาชีพเสี่ยงภัยต่อชีวิต เช่น เช็ดกระจกอาคารสูง ทำเหมืองแร่ เก็บรังนก ฯลฯ และที่ยังไม่ระบุ แต่รับรู้เป็นการภายในก็คือคนที่ประกอบอาชีพ บาร์เกย์ เต้นอะโกโก้ ชายทำอาชีพเสริมสวย ทำงานคลับ บาร์ หรือแม้แต่แปลงเพศ และกลุ่มขายบริการทางเพศ

อย่างไรก็ตาม สุทธิ ก็ยอมรับ เอไอเอ ก็มีลูกค้ากลุ่มเกย์ที่เปิดเผยตัวกับสังคมอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีชื่อเสียงในสังคม แต่ไม่สามารถระบุตัวได้ตามมารยาทและกฎหมาย ดังนั้นการเลือกลูกค้าที่ระบุว่าเป็นเกย์ จึงต้องดูเป็นรายๆไป ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง

สุทธิ บอกว่า สินค้าที่จะบอกได้ว่า ลูกค้ากลุ่มใด มีความเสี่ยงโรคเอดส์ จะมีการแถลงอย่างชัดเจน แต่บางสินค้า ก็ไม่จำเป็นต้องมีคำแถลงในใบคำขอของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์รับลูกค้าของ เอไอเอ เทียบกับ บริษัทประกันชีวิตอื่นๆ จะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะเกณฑ์การพิจารณาการรับประกันภัยหรือ อันเดอร์ไรท์ มักจะมีข้ออ้างอิงมาจาก บริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศ

โดยยกตัวอย่าง "สวิสรี" บริษัทรับประกันภัยต่อจากต่างประเทศ ที่กำหนดกฎเกณฑ์การรับประกันภัย โดยอ้างอิงกับหลักเกณฑ์ทางสถิติ มีตัวเลขอ้างอิงให้บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต ได้ตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ อายุ ขั้นตอนการรักษา และความเสี่ยงด้านต่างๆ

สุทธิ สรุป ว่า ลูกค้า เอไอเอกว่า 5-6 ล้านคน ไม่สามารถรับรู้ได้ว่า มีสักกี่คนที่เป็นชาวเกย์ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับ เอไอเอ ก็ทำให้กลายเป็นเรื่อง ร้อน และเสียหายมาก

ถึงอย่างนั้นก็ยอมรับว่า ตัวแทนทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว เพราะตัวแทนมีหน้าที่หลักคือ ชักชวนคนมาทำประกันชีวิต และให้บริการลูกค้าในขอบข่ายที่ตัวเองทำได้ แต่ตัวแทนก็ไม่ใช่คนสุดท้ายที่มีหน้าที่ชี้ขาดว่า ลูกค้ารายได้ทำประกันชีวิตได้และไม่ได้

"ตัวแทนทำหน้าที่ตามขั้นตอนก็จบ ส่วนจะรับหรือไม่รับเป็นเรื่องของบริษัทจะพิจารณาเอง"...

ทั้งหมดนี้ก็น่าจะอธิบายได้ว่า เรื่องการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดของ "เอไอเอ" ได้กลายมาเป็นเรื่องเดียวกันกับผลประโยชน์ของตัวแทนที่จะได้รับจากลูกค้า ที่กำลังบานปลายมาเป็น เรื่องเหยียดเพศ ชาวเกย์ "แอ็บแมน"
โดยไม่ทันตั้งตัว

ขณะที่ "เอไอเอ" ก็กำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมชาวเกย์ว่า เป็นองค์กรทำรายได้และมีกำไรแต่ละปีมากมายมหาศาล แต่กำลังปลูกฝังทัศนคติด้านลบกับชาวสายรุ้ง โดยบอกปัดไม่รับทำประกันชีวิต

ทั้งๆที่ มุ้งตัวแทนเกือบทุกราย ต่างก็มองสังคมกลุ่มเกย์ คือแหล่งขุมทรัพย์สำคัญที่จะขยายเบี้ยให้ได้ตามเป้าหมาย

ตัวแทนต้องการเร่งผลิตเบี้ย แต่กลับผิดหลักการของบริษัท ดังนั้น เอไอเอ ก็จะถูกมองเป็น องค์กร "แอ็บ(แอบ)รับเกย์" ในสายตาชาวสีม่วงไปแบบช่วยไม่ได้จริงๆ...

(ที่มา : นสพ.ผู้จัดการ รายสัปดาห์ 9 พ.ย.50)


แจกฟรีคู่มือชาวสีรุ้ง



COPYRIGHT© BANGKOKRAINBOW.ORG 2008 ALL RIGHTS RESERVED