แจกฟรีคู่มือชาวสีรุ้ง
กะเทยเตรียมเฮ ผ่าแล้วใช้ น.ส.ได้

ดันกม.-กะเทยผ่า ให้ใช้"นางสาว"ได้
นสพ.ข่าวสด 11 ส.ค.50

กะเทย-ทอมมีเฮ สมาชิกสนช.จับมือ"พม." เตรียมดันเสนอพ.ร.บ. เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อสำหรับคนที่ผ่าตัดแปลงเพศหากกะเทยแปลงเป็นหญิงให้ใช้"นางสาว"ได้ เช่นเดียวกับทอมหากผ่าตัดแปลงเพศเป็นผู้ชายให้ใช้"นาย"ได้เช่นกัน สมาชิกสนช.เผยเห็นใจพวกแปลงเพศหากใช้คำนำหน้าแบบเดิมจะประสบปัญหาการใช้ชีวิต และระดับสากลก็ให้สิทธิอันนี้ด้วย ขณะที่กลุ่มเกย์การ เมืองยังไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ เพราะกะเทยบางคนผ่าตัดแล้วเหมือนผู้หญิงมากจนแทบแยกไม่ออก อาจจะทำให้ผู้ชายที่ไม่รู้ถูกหลอกได้ ขณะที่"น้องมด"กะเทยสวย ยังหวั่นปัญหาเรื่องทางกฎหมาย เสนอไม่ต้องใช้คำนำหน้าดีที่สุด

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดประชุมคณะกรรม การส่งเสริมและประสานงานสตรีและสถาบันครอบ ครัวแห่งชาติ โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พม. เป็นประธาน น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.พม.รองประธาน โดยมีกรรม การ อาทิ นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดพม. นางจุรี วิจิตรวาทการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าร่วมประชุม

นายสุวิทย์ ขันธาโรจน์ ผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กรรมการและเลขานุ การ กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเสนอขอแก้ไขกฎ หมายที่เลือกปฏิบัติต่อสตรี ส่วนใหญ่ผ่านการพิจารณาของ สนช.ในวาระ 3 แล้ว ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 277 และ 286 เรื่องการข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 305 เรื่องการทำแท้ง พระราชกฤษฎีกาให้ใช้คำนำหน้าสตรี พ.ศ.2460 พ.ร.บ. จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ให้มีการตรวจสอบสถานะของคู่สมรสก่อนการจดทะเบียนสมรส และระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2535 ข้อ 18 ให้ข้าราชการชายลาเพื่อดูแลภรรยาที่คลอดบุตรได้ กระทรวงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการแล้วเช่นกัน

นางจุรีกล่าวว่า การแก้ไขเรื่องคำนำหน้าสตรี นอกจากให้สิทธิสตรีเลือกคำนำหน้าว่าจะใช้นางหรือ น.ส.ได้แล้วนั้น เรามองว่าหากจะแก้ไขให้เกิดประ โยชน์เป็นธรรมโดยทั่วกัน สนช.ได้เตรียมร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับคำนำหน้านาม เพื่อให้สิทธิกับผู้ชายที่แปลงเพศเป็นหญิงแล้ว ควรมีทางเลือกใช้คำนำหน้าว่า "นางสาว" ได้ เพราะคนแปลงเพศน่าเห็นใจ จะให้ใช้คำนำหน้าอย่างเดิมก็มีความลำบากทุกข์ร้อนในการดำรงชีวิต ซึ่งในระดับสากลก็ให้สิทธิกับคนเหล่านี้ ในการเลือกใช้คำนำหน้าเป็นนางสาวได้ เมื่อยอมรับการแปลงเพศแล้วก็ให้สิทธิได้เปลี่ยนคำนำหน้า ในฐานะที่ตนเป็นสมาชิก สนช.ก็พร้อมเสนอกฎหมายเข้าที่ประชุมสนช. โดยให้กระทรวง พม.ร่วมสนับ สนุนด้วย

นางจุรีกล่าวอีกว่า นอกจากกรณีชายแปลงเพศเป็นหญิง ให้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อได้แล้ว หากเป็นหญิงที่แปลงเพศเป็นชายก็จะให้เปลี่ยนคำนำหน้าจาก "นาง" หรือ "นางสาว" เป็น "นาย" ด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้กรณีนี้จะมีไม่มากนัก แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงจะเสนอครอบคลุมไปพร้อมกันเพื่อความเป็นธรรม

ด้านน.พ.พลเดชกล่าวว่า การผลักดันให้สตรีมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า กระทรวงจะเริ่มรณรงค์ในเดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยในวันที่ 24-25 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมเครือข่ายสตรีที่สนใจการเมืองประมาณ 1,000 คน เพื่อให้เรียนรู้ว่าจะลงเลือกตั้งต้องทำอย่างไรบ้าง นอกจากนั้น สค.ได้เตรียมทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ขอความร่วมมือในการส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้มีรายชื่อผู้หญิงสลับอยู่กับผู้ชาย เพื่อให้มีโอกาสได้รับเลือกเข้าสู่สภา อย่างไรก็ตามขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบ ครัว พ.ศ.2550 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน

"สค.จ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำหลัก สูตรและคู่มืออบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเผยแพร่กฎหมายให้ประชาชนทราบ โดยกฎหมายดังกล่าวจะป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว โดยจะคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรง และให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการทำผิดซ้ำ โดยไม่ต้องใช้มาตรการทางอาญาในการลงโทษ จึงคงรักษาความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวไว้ได้" น.พ.พลเดชกล่าว

นายนที ธีระโรจนพงษ์ หัวหน้ากลุ่มเกย์การเมือง กล่าวถึงกรณีที่จะมีการผลักดันให้ชายที่แปลงเพศสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น "นางสาว" ว่า ไม่สามารถฟันธงเป็นขาวหรือดำไปเลยได้ โดยส่วนตัวแล้วในกรณีเรื่องเปลี่ยนชื่อคำนำหน้ายังไม่เคยได้คุยกับทางองค์กรเครือข่ายความหลากหลาย แต่เคยปรึก ษากันในกลุ่มเกย์การเมือง เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีปัญหาจริงๆ โดยเฉพาะอุปสรรคในเรื่องของการสมัครงานสำหรับคนที่เป็นกะเทย เนื่องจากคนทั่วไปมีอคติทางเพศและสังคมก็มีแต่สร้างภาพลบในสื่อต่างๆ เช่น กะเทยต้องปากจัด จิตใจมีความแปรปรวน ทำให้เกิดความลำบากในการสมัครงาน อีกอย่างคือส่วนมากจะต้องเป็นกะเทยที่มีความสามารถ ต้องเก่งเป็นพิเศษกว่าคนธรรมดาถึงจะรับเข้าทำงาน ซึ่งทำให้โอกาสของกะเทยธรรมดาทั่วไปน้อยลง เพราะแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน ถือเป็นการเลือกปฏิบัติและก่อให้เกิดปัญหาตามมา

"ผมเห็นว่าการเปลี่ยนคำนำหน้ามีข้อดีตรงที่ทำให้เกิดความเสมอภาคสำหรับกะเทยที่ต้องการจะอยู่ในสังคม แต่ก็ควรจะมีมาตรฐานมารองรับ เช่น ปัญหาด้านกายภาพ เพราะเมื่อคุณเปลี่ยนชื่อเป็นนางสาว แล้วไปแข่งขันกีฬากับผู้หญิงปกติมันก็จะเกิดปัญหา เพราะมีโครงสร้างที่ได้เปรียบกว่า เป็นต้น บางเรื่องมันมีนัยยะของเพศเดิมอยู่ และจะกลายเป็นการเอาเปรียบกัน ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป บางเรื่องก็ควรได้สิทธิเท่ากัน" นายนทีกล่าว

นายนทีกล่าวต่อว่า ในบางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย เช่น บางคนที่แปลงออกมาแล้วเนียนมากเหมือนผู้หญิงจริงๆ ซึ่งถ้าผู้ชายไม่รู้มันก็คือการเอาเปรียบ ต้องมีวิธีที่ทำให้รู้ ไม่ใช่ปิดบัง ไม่อย่างนั้นก็เหมือนการหลอกลวง ถ้าจะเปลี่ยนคำนำหน้าก็อาจจะเป็น "นายสาว" หรือคิดคำขึ้นใหม่ให้ครอบคลุมว่าเป็นเพศอะไร ก็เหมือนกับการที่บอกว่าผู้ชายที่เป็นเกย์ไม่ควรหลอกผู้หญิงแต่งงาน เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่แปลงเพศแล้วก็ไม่ควรหลอกผู้ชายเช่นกัน นอกจากนั้นก็ต้องมีการเปลี่ยนระบบการสมัครงาน เพื่อใช้เป็นหลักในการจำแนกเพศอีกด้วย

ด้านนายศุทธิรัตน์ ลิมศิริวงศ์ หรือ "น้องมด" กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อคำนำหน้าอาจจะดีในแง่ส่วนบุคคล ทำให้คนที่แปลงเพศแล้วทำอะไรได้ง่ายขึ้น อย่างปัญหาการสมัครงาน หรืออย่างปัญหาที่ตนพบบ่อยๆ คือ คนเอเชียที่แปลงเพศแล้วหลายคนจะแปลงได้เนียนมาก เวลาเดินทางไปต่างประเทศเมื่อดูพาสปอร์ตก็จะงงกันว่าสรุปเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

"ในแง่กฎหมายเคยคุยกับคนรู้จักที่เป็นทนายว่า ถ้าเปลี่ยนชื่อคำนำหน้ามันจะขัดในเรื่องสิทธิ และมีผลต่อเนื่องทางกฎหมายบางอย่าง ทางที่ดีที่สุดน่าจะตัดคำนำหน้าออกไปแทน อย่างที่ตอนนี้มีกระแสของกลุ่มสตรีที่ต้องการให้ตัดชื่อคำนำหน้าออก เพราะอย่างเมื่อผู้ชายแต่งงานคำนำหน้าก็ยังเหมือนเดิม แต่เมื่อผู้หญิงแต่งงานกลับต้องเปลี่ยนจากนางสาวเป็นนาง เป็นต้น ซึ่งคิดว่าเหมือนกับเป็นการเลือกปฏิบัติในการบอกสถานะ ก็ไม่รู้ว่าถ้าทำไปแล้วจะมีผลต่อเนื่องอย่างไร แต่ถ้าตัดชื่อคำนำหน้าออกไปเลยก็น่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง" น้องมดกล่าวในตอนท้าย



แจกฟรีคู่มือชาวสีรุ้ง



COPYRIGHT© BANGKOKRAINBOW.ORG 2008 ALL RIGHTS RESERVED