สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

คู่เกย์มีครอบครัวได้เสียที พรบ.อุ้มบุญ ออกแล้ว

คู่เกย์มีครอบครัวได้เสียที พรบ.อุ้มบุญ ออกแล้ว

American gay couple in custody battle in Thailand over surrogate baby


สธ.-พม.ย้ำพรบ.อุ้มบุญมีผลใช้บังคับ30ก.ค.58 เอาผิดตั้งแต่แม่รับจ้าง นายหน้ายันแพทย์

ที่อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) แถลงข่าวการบังคับใช้พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไปว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เป็นการคุ้มครองประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีช่วยในการเจริญพันธุ์เพราะมีบุตรยากรวมถึงเด็กที่จะเกิดขึ้นด้วยวิธีการทางเทคโนโลยีด้วย โดยมีการกำหนดข้อห้ามที่สำคัญ ได้แก่ ห้ามสามีและภรรยาที่ทำอุ้มบุญปฏิเสธรับเด็กเป็นบุตร ห้ามรับตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ห้ามเป็นนายหน้าจัดการหรือชี้ช่องให้มีการรับตั้งครรภ์แทน ห้ามโฆษณาว่ามีหญิงรับตั้งครรภ์แทน และห้ามซื้อ เสนอซื้อ หรือขายหรือนำเข้าหรือส่งออก อสุจิ ไข่หรือตัวอ่อน โดยสถานประกอบการ แพทย์ คู่สามีภรรยา ผู้รับตั้งครรภ์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากกระทำผิดจะมีโทษทั้งจำและปรับ

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า ตามพรบ.นี้จะมีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(กคทพ.)มีปลัดสธ.เป็นประธาน ทำหน้าที่เสนอนโยบาย ออกประกาศ พัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญทางการแพทย์และพิจารณาอนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทน และควบคุมกำกับให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนคู่สามีภรรยาที่ต้องการให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย กรณีเป็นคนไทยสมรสกับชาวต่างชาติต้องจดทะเบียนสมรสไม่น้อยกว่า 3 ปีและมีประจักษ์พยานชัดเจนว่าใช้ชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยา โดยต้องผ่านการตรวจประเมินโดยแพทย์ที่มีคุณสมบัติตามที่แพทยสภากำหนด และต้องยื่นขออนุญาตต่อกคทพ.ก่อน สำหรับหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ต้องมีสัญชาติไทย ไม่ใช่พ่อแม่หรือลูกแต่จะต้องเป็นพี่น้องท้องเดียวกันของสามีหรือภรรยาผู้ที่ต้องการมีบุตร และเคยมีบุตรมาก่อนต้องได้รับความยินยอมจากสามี

“โทษของผู้ฝ่าฝืนพรบ.นี้ เช่น กรณีเป็นแพทย์ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแพทยสภา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำเชิงการค้า รับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท กรณีเป็นนายหน้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีขายอสุจิหรือไข่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีที่มีการดำเนินการอุ้มบุญมาก่อนกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้สามารถยื่นรับรองบุตรได้”น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าว

ด้านนพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสบส. กล่าวว่า กรณีสามีและภรรยาเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องโดยสายโลหิต พรบ.เปิดช่องให้สามารถมีการตั้งครรภ์แทนได้แต่ต้องมีหลักฐานมายืนยันชัดเจน โดยหญิงที่จะมารับตั้งครรภ์แทน คู่สามีภรรยาต้องจัดหามาเอง และต้องผ่านการพิจารณาอนุญาตจากกคทพ.ก่อนเช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทั้งอายุ การตรวจเลือด ข้อตกลง การประเมินสุขภาพจิต การยินยอมของคู่สมรส รวมถึง กระบวนการรู้จักกับหญิงที่ตั้งครรภ์แทนจนถึงเหตุผลที่รับดำเนินการด้วย ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการก่อนการตั้งครรภ์แทน โดยในส่วนนี้จะมีการออกประกาศสธ.บังคับใช้ต่อไป

รศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ คณะอนุกรรมการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ กล่าวว่า พรบ.นี้จะอนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนได้โดยที่คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรต้องเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันรับรองเฉพาะคู่สามีภรรยาที่เป็นหญิงกับชาย แต่หากในอนาคตกฎหมายไทยมีการยอมรับให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พรบ.ฉบับนี้ก็จะครอบคลุมถึงคู่สมรสเพศเดียวกันตามกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งงานของไทยด้วย

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/mobile/view/news/658728

view