สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ข้อควรรู้ก่อนตรวจเอชไอวี

ข้อควรรู้ก่อนตรวจเอชไอวี

เอดส์  ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน (ไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย)  และการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับผู้อื่น

- เอดส์สามารถป้องกันได้  โดยการใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์  หรือโดยการเลิกเสพยา  หรือโดยการใช้เข็มฉีดยาที่สะอาดทุกครั้งที่เสพยา  แต่ก็มีคนไทยติดเชื้อใหม่ปีละเกือบ 20,000  ราย

- คนที่ติดเชื้อใหม่ในปัจจุบัน  ติดมาจากคนที่ติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว  แต่ไม่รู้ตัว  เพราะไม่เคยไปตรวจ  หรือไม่มีอาการอะไร

- คนที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการอะไรเลยเป็นปี ๆ  หรืออาจมีอาการป่วยขึ้นมากระทันหัน  จนเสียชีวิตได้

การตรวจAnti-HIV  เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์)  โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ

- สามารถตรวจพบได้หลังจากรับเชื้อมาแล้ว  2-6สัปดาห์

- ถ้าอยากตรวจพบให้เร็วขึ้น  เช่นภายหลังรับเชื้อมาได้เพียง 3-7วัน  ต้องตรวจด้วยวิธี  Nucleic Acid Technology (NAT) ปัจจุบันคลีนิคนิรนามให้บริการตรวจด้วยวิธี  NATทุกราย ถ้าการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์)  ด้วยวิธีแรก แล้วไม่พบการติดเชื้อ

- คนไทยทุกคน ทุกสิทธิ์ สามารถไปตรวจหา  Anti HIV  ได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศไทย  โดย  ตรวจฟรีได้ปีละ 2 ครั้ง  ตามชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

ใครบ้างควรตรวจเอดส์?  ทุกคนที่ติดยาเสพติดโดยการฉีด  และทุกคนที่เคยหรือกำลังมีเพศสัมพันธ์  โดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยแม้เพียงครั้งเดียว  ทั้งกับคนที่รู้จัก (เช่น สามีหรือภรรยาของตัวเอง)  หรือไม่รู้จัก  ถือว่า มีพฤติกรรมที่มีโอกาสติดเอดส์  เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่เรามีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น  เคยมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเอดส์มาก่อนหรือเปล่า  ดังนั้น  ว่าไปแล้ว  คนเกือบทุกคนสมควรจะตรวจเอดส์อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต

- ก่อนการตรวจเอดส์ทุกครั้ง  ผู้ตรวจควรมีข้อมูลและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์  และการตรวจเอดส์  ซึ่งอาจหาได้จากการขอรับคำปรึกษาเป็นรายบุคคล  หรือหาอ่านได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น สายด่วน 1663 หรือที่ www.trcarc.org  หรือ  www.adamslove.org

- ปัจจุบัน  เอดส์กลายเป็นโรคที่รักษาได้  แม้จะไม่หายขาด  และคนไทยทุกคนมีสิทธิ์รักษาฟรี

- ปัจจุบัน คนที่ติดเชื้อต้องไม่ป่วย หรือเสียชีวิตจากเอดส์อีกแล้วถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆและรักษาแต่เนิ่นๆ

- ถ้ารู้ตัวเร็ว และรักษาเร็ว อาจไม่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต

- คนที่ติดเชื้อเอชไอวี  สามารถอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นได้  โดยไม่เป็นภัยหรือเป็นภาระกับใคร

- จึงเป็นประโยชน์  และไม่น่ากลัวที่เราจะไปตรวจเอดส์กันอย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต ตรวจเพื่อให้รู้ว่าเราไม่ติดเชื้อ ชีวิตจะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ(ตรวจเพื่อก้าวต่อ)

 

ข้อควรรู้ ก่อน การตรวจเอดส์

(Pre-test counseling / Pre-test information)

 

  1. เรามีโอกาสจะติดเอดส์ไหม?  เช่นเคยเสพยาโดยการฉีด  หรือเคยมีเพศสัมพันธ์กับใครโดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยหรือไม่  (แม้กระทั่งกับสามีหรือภรรยาของเราเอง เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อมาก่อนหรือไม่)
  2. รู้ประโยชน์ของการตรวจหรือไม่  เช่น  ถ้าตรวจไม่เจอ  จะได้เริ่มต้นป้องกันตัวเองอย่างจริงจัง  หรือถ้าตรวจเจอ  ต้องถือว่าโชคดีที่รู้ตัวก่อนที่จะป่วยขึ้นมา  จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ป่วยหรือเสียชีวิตจากเอดส์  อีกทั้งสามารถป้องกันคนที่เรารักและคนอื่นๆ ไม่ให้ติดเชื้อจากเรา
  3. รู้หรือว่าตอนนี้  เอดส์รักษาได้  แม้จะไม่หายขาด  คนไทยทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการรักษาฟรีหมด  และถ้ารักษาแต่เนิ่นก็จะได้ไมป่วย  หรือเสียชีวิตจากโรคเอดส์  สามารถมีอายุยืนยาวได้เท่ากับคนอื่น  และไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น
  4. ต้องรับรู้ว่าการตรวจเอดส์อาจเกิดผลเสีย (โทษ)ก็ได้  เช่น  คนอื่นอาจคิดว่าเราเป็นคนไม่ดี  จึงต้องไปตรวจ  ทั้งๆ ที่คนที่ไปตรวจน่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง  ต่อครอบครัว  และต่อสังคม  หรือถ้าตรวจเจออาจเป็นทุกข์ใจแสนสาหัสในช่วงต้น  แต่ถ้าได้รับการปรึกษาและเข้าใจกระบวนการดูแลสุขภาพ จะทำให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้
  5. ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบ  (ไม่ติดเชื้อ)  หรือถ้าออกมาเป็นบวก  (ติดเชื้อ)  เราจะทำอะไรต่อ  รวมทั้งจะบอกหรือไม่บอกผลเลือด (ทั้งบวกและลบ) กับใคร  ด้วยเหตุผลอย่างไร
  6. ต้องชั่งดูว่าประโยชน์ของการตรวจเอดส์ ซึ่งล้วนแต่เป็นความจริง  และมีประโยชน์สำหรับทุกคนเพื่อวางแผนในการดูแลสุขภาพ  จะมีมากกว่าผลเสียที่ล้วนเป็นเพียงการคาดเดาหรือไม่  ถ้าประโยชน์มีมากกว่า  เราสมัครใจจะตรวจจริง ๆ นะ  ไม่มีใครบังคับหรือหลอกเรานะ
  7. ต้องเข้าใจเรื่องของWindow  period  กล่าวคือ  ระยะเวลาที่ยังอาจตรวจไม่เจอ  เพราะเพิ่งได้รับเชื้อเข้ามาไม่ถึง  14  วัน  เป็นต้น  ดังนั้น  ในระหว่างที่รอไปอีก 1-2สัปดาห์เพื่อไปตรวจใหม่  จึงยังต้องใส่ถุงยางอนามัยกับคู่นอนไปก่อน  แม้ว่าจะตรวจครั้งแรกไม่เจอแล้วก็ตาม
  8. ต้องเข้าใจความสำคัญของการพาคู่นอนมาตรวจพร้อมกัน  จะได้บอกผลให้กันและกันง่ายขึ้น  และจะได้ปลอดภัยจริง ๆ แม้จะไม่ใส่ถุงยางอนามัย
  9. ในกรณีที่ตรวจแล้วผลเป็นลบ  จะต้องมีความเข้าใจว่าจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคตอย่างไร  หรือป้องกันตนเองอย่างไร  จะได้ไม่ติดเอดส์ไปตลอดชีวิต  เช่น  การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์กับใครที่ไม่เคยรู้ผลเลือดเอดส์ของตัวเองเลย  หรือการเลิกเสพยา  หรือใช้เข็มสะอาดทุกครั้งที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้นเลือด
  10. และถ้าพลาดพลั้งไป  มีพฤติกรรมที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอีก  ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกัน และควรตรวจเอดส์ซ้ำ  โดยที่ในระหว่างรอไปตรวจเลือดซ้ำ  จะต้องใส่ถุงยางอนามัยกับคู่นอนของตัว ซึ่งเคยไปตรวจเอดส์แล้วไม่พบไปก่อน

ที่มา : http://www.redcross.or.th/forum/23/30883

view